😗
pledoubleu.bsky.social
😗
@pledoubleu.bsky.social
ก็ทำไปวันๆ มานานแล้ว
นักวิชาการเตือนปี 2569 เศรษฐกิจชะลอตัว แนะประชาชนกอดงานประจำไว้ให้แน่น
นักวิชาการเตือนปี 2569 เศรษฐกิจชะลอตัว แนะประชาชนกอดงานประจำไว้ให้แน่น auser15 Wed, 2026-01-07 - 17:46 นักวิชาการเตือนตั้งรับความท้าทาย 2569 เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวและเติบโตต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ แนะประชาชนกอดงานประจำไว้ให้แน่น ระวังการใช้จ่าย Upskill หารายได้เสริม รักษากระแสเงินสด ขณะที่มี SMEs ควรเน้นรักษาสภาพคล่องมากกว่ามองหากำไร เชื่อหากปรับตัวและรอดได้จะกลับมาเติบโตตามรอบเศรษฐกิจ 7 มกราคม 2569 ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจมีความท้าทายสูงประชาชนควรระมัดระวังในเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นพิเศษ ควรกอดหรือรักษางานที่ตัวเองทำอยู่เอาไว้ให้แน่น ซึ่งก็ตรงกับที่หลายฝ่ายออกมาให้คำแนะนำ และถึงแม้ว่างานที่ทำอยู่จะมีรายได้น้อยก็ไม่เป็นไร เนื่องจากหากหลุดออกมาจากระบบงานในตอนนี้ โอกาสที่จะหางานใหม่ค่อนข้างยาก ขณะเดียวกันควรมองหาวิธีการหารายได้เสริม และการบริหารกระแสเงินสด นอกจากนี้ ประชาชนอาจจะต้องกลับมาตั้งคำถามว่ายังมีทรัพย์อะไรที่ยังเป็นภาระอยู่บ้าง เช่น บ้าน คอนโด ฯลฯ ที่ไม่สามารถสร้างรายได้แต่กลับเพิ่มภาระให้กับตนเอง อาจต้องตัดใจขายออกไปเพื่อรักษากระแสเงินสดของตนแอง พร้อมกับปรับตัวและเพิ่มทักษะแรงงาน (Upskill) ให้กับตัวเอง อาทิ การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือทักษะใดๆ ก็ตามที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับตนเองได้ และสามารถใช้ทักษะเหล่านั้นเพื่อนำมาหารายได้เสริมอีกที “การ Upskilling อาจไม่ได้หมายถึงทักษะเทคโนโลยี หรือ AI เสมอไป แต่ยังหมายรวมถึงทักษะอะไรตามที่สามารถใช้ทำมาหากินได้ เช่น การทำอาหาร ทักษะเชิงช่าง ฯลฯ ที่เราสามารถเปลี่ยนจากการซื้อ หรือจ้าง มาเป็นการทำได้ด้วยตัวเองผ่านการเรียนรู้จากแหล่งความรู้ฟรีต่างๆ จากยูทูป หรือคอร์สออนไลน์ที่สอนฟรี ลองซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารเอง ลองซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในที่พักอาศัยด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผลสำคัญคือการลดค่าใช้จ่ายตัวเอง และเมื่อทำไปจนเกิดความชำนาญ ก็สามารถนำทักษะเหล่านั้นเปลี่ยนไปเป็นการรับจ้าง หรือขายอาหารเป็นแหล่งรายได้เสริม นอกเหนือจากงานประจำของเราต่อไปในอนาคต” ศ.วิทวัส กล่าว สำหรับคำแนะนำต่อผู้ประกอบการนั้น ปี 2569 ถูกขนานนามว่าเป็น "ปีม้าไฟ" ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวและเติบโตต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ประมาณ 1.5 - 2.0% จึงมีสิ่งที่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องระมัดระวังและควรเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น ได้แก่ มรสุมการค้าจากนอกประเทศที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งมิติของสงคราม มิติมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาเนื่องจากสภาวะอุปทานส่วนเกิน (Over Supply) ในประเทศ มากไปกว่านั้น คือความผันผวนของค่าเงินบาทจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ของผู้ส่งออก โดยมีการคาดการณ์ว่าอาจทำให้การส่งออกติดลบได้ถึง 1-2% ลองจินตนาการภาพว่าหากค่าเงินบาทในปี 2569 มีความผันผวนรุนแรงเช่นเดียวกับราคาทองคำในปี 2568 ผู้ส่งออกจะอยู่ได้อย่างไร สิ่งที่ผู้ส่งออกควรทำคือการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) เพื่อป้องกันความเสี่ยง แม้จะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนที่จะบั่นทอนกำไรของผู้ส่งออกให้ลดน้อยลงไปอีก แต่เพื่อความไม่ประมาทต่อสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ วิธีดังกล่าวคือการป้องกันความเสี่ยงที่ควรทำ นอกจากนี้ คือการใช้สิทธิประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ โดยแนะนำให้ติดตามและใช้ประโยชน์ รวมถึงมาตรการแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับสินค้า Made in Thailand และอาจต้องแสวงหาความร่วมมือใน Supply Chain ผ่านการใช้โมเดล "พี่ช่วยน้อง" หรือการสร้างคลัสเตอร์ร่วมกับธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มอำนาจต่อรอง เช่น โมเดลคลัสเตอร์โคพรีเมียม “ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์ทุกความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วหาวิธีการเพื่อที่จะป้องกันความเสี่ยง สำหรับผู้ประกอบการในปีหน้า การรักษาสภาพคล่องน่าจะมีความสำคัญมากกว่ากำไร พอมันโดนวิกฤติกันมาหลายเด้ง ส่วนตัวคิดว่าปีนี้และปีหน้าจะมีผู้ประกอบการบางรายที่อยู่ไม่ได้แล้วล้มหายตายจากไป ทีนี้รายที่ยังยืนอยู่และปรับตัวเองได้ ทั้งจากการยอมตัดใจขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI มาใช้เพื่อเพิ่มกำไรและลดต้นทุนการดำเนินการ จนทำให้ยังมีกระแสเงินสดเข้ามา สุดท้ายจะมีโอกาสกลับมาเติบโตอีกรอบนึงตามรอบเศรษฐกิจ” ศ.วิทวัส กล่าว * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ตลาดแรงงาน * เลิกจ้าง * ว่างงาน
dlvr.it
January 8, 2026 at 8:32 AM
Reposted by 😗
เห็นคุณปวีณแล้วนึกอย่างเดียวเลยขอให้เขาสุขภาพแข็งแรงอยากให้เขาได้กลับบ้านไวๆอยากให้เขาได้รับความยุติธรรม อยากให้อีพวกหัวควยได้รับกรรม
January 5, 2026 at 1:07 PM
นี่มันสุดยอดมากเลยอะ
January 5, 2026 at 1:00 PM
รู้สึกเหมือนจะตุยจริงๆ ก่อนอาเจียนรอบที่ 5 มันจะช็อกหรือยังไงนะ
January 4, 2026 at 11:21 AM
สรุปวันหยุดสุดท้าย ทำข้าวไข่เจียวกินละอาหารเป็นพิษ อาเจียนไปห้ารอบตั้งแต่เที่ยงจนหกโมงเย็น ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้ว ไม่ได้กินข้าวเลยทั้งวัน จิบแต่เกลือแร่แล้วก็อาเจียน รอลุ้นกินข้าวต้มกับเกลือตอนเย็นจะอาเจียนอีกมั้ย
January 4, 2026 at 11:20 AM
ถือเป็นช่วงรีสตาร์ทร่างกาย จิตใจจริงๆ
January 4, 2026 at 3:05 AM
กินข้าวได้น้อยอีกละ กินนิดๆ อิ่ม
January 4, 2026 at 3:04 AM
เริ่มต้นปี จะลดละเลิกทวิตละ มีแต่อะไรที่ไม่ได้สนใจแล้วดึงความสนใจเราไปหมด นานๆเข้าไปทีละกัน (พูดแบบนี้มาสามปีละ)
January 4, 2026 at 1:31 AM
Reposted by 😗
เอามาใช้แล้ว 🌱🌼
น่ารักจนรู้สึกว่าปีนี้ทุกอย่างจะน่ารักไปด้วย
Cr. @siskanch.bsky.social
January 3, 2026 at 7:13 AM
แถวบ้านมีฟาร์มปลูกผักปลอดสาร สั่งให้เค้ามาส่งถึงบ้านเลย มีไข่ไก่เลี้ยงเองด้วย สบายยยยย แฮปปี้ ราคาแพงมั้ยไม่รู้ (แม่จ่าย) แต่สดใหม่จากฟาร์ม
January 4, 2026 at 1:29 AM
เข้านอนตั้งแต่ยังไม่สามทุ่ม แต่หลับเกือบสี่ทุ่ม ตอนนี้เป็นซากอยู่
December 25, 2025 at 5:14 AM
อยากรวย แล้วไปเที่ยวจีนทุกเดือนๆ ละสามสี่วัน
December 13, 2025 at 4:41 PM
ปีนี้ถือว่าล้มเหลวทางด้านจิตใจนะ อะไรพังไปหลายอย่าง แม้ว่าคนจะมองว่าภายนอกมันช่างสำเร็จ ดีไปหมด แต่เราไม่ได้ต้องการอะ
December 13, 2025 at 4:41 PM
มะกี้แว๊บอะไรขึ้นมาได้ แต่ลืมแล้ว
December 13, 2025 at 4:40 PM
Reposted by 😗
ตั้งแต่เข้าทำงานองค์กรใหญ่ เข้าใจหัวอกนักการเมืองหน้าใหม่ไฟแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศจากภายในให้ดีขึ้นแต่ความหวังริบหรี่เหลือเกินมากๆๆๆ บางอย่างแม่งฝังรากลึกจนถอนโคนยาก คนภายนอกบอกทำไมไม่ทำงั้นทำงี้ คือทำแล้วเว้ย แต่มันเปลี่ยนไม่ได้ด้วยฟันเฟืองตัวเดียว มีแต่ต้องรอไดโนเสาร์ตายจนกว่าจะมีอำนาจเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าไฟยังจะแรงอยู่มั้ย ถึงตอนนั้นจะโดนshaped-
December 13, 2025 at 6:49 AM
Reposted by 😗
อ้า ห่านพะโล้ one year apart, 8 Dec 2024 and 13 Dec 2025 อุทกภัยครั้งนี้ ท่วมสูงกว่าปี 2553 ที่เคยขีดไว้ในร้าน

สัญญากันว่าเปิดเมื่อไหร่จะรีบมา
December 13, 2025 at 12:39 PM
อร่อยมากกกก
December 6, 2025 at 11:57 PM
Reposted by 😗
วันนี้ไปออกหน่วยตรวจคนไร้บ้าน กลับมาเปิดทวิต คือมองไม่เห็นความหวังสักอย่างในประเทศนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างจัด ๆ แต่อิคนบนยอดโครงสร้างไม่คิดจะทำอะไรเลย
November 25, 2025 at 3:49 PM
Reposted by 😗
ปัญหาของหาดใหญ่เกิดจากรัฐท้องถิ่นหน้าบางเกินกว่าจะยอมรับว่าไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เลยออกมาสื่อสารกับคนว่าเอาอยู่ และคนก็ต้องเชื่อเพราะนี่คือความมั่นใจที่หน่วยงานที่รับผิดชอบบอก

ณ วันที่บอกให้อพยพ มันยังไม่มีศูนย์รองรับคนเลย นี่คือความประมาทของภาครัฐอย่างแท้จริง แต่ไอ่อีบนเน็ตเสือกบอกว่าเพราะคนไม่ยอมย้าย ส่วนกลางบอกแล้วว่าฝนมา ถุย
November 26, 2025 at 1:53 AM
Reposted by 😗
ในขณะที่ทั้งไทม์ไลน์ทวีตเรามีแต่คนแชร์ข่าวน้ำท่วม RT ทวีตขอความช่วยเหลือ แต่นางแบกมันยังพูด ทำไมไม่ด่าอิหนูแรงๆ บ้าง นี่ไงล่ะผลของการดันอิหนูของพรรคส้ม ชาวเน็ตยังอวยอนุทินอยู่เลยคนในพื้นที่เดือดร้อน(ซึ่งไม่มีใครอวยด้วยนะ) อุบาทว์สุดคือให้กำลังใจคนหาดใหญ่เฉพาะจำนวนคนที่เลือกเพื่อไทย

ความเป็นคนมันอยู่ไหนกันวะ เห็นความเดือดร้อนคนเป็นเครื่องมือแซะพรรคที่ตัวเองไม่ชอบ(ส้ม)
November 25, 2025 at 5:33 PM
Reposted by 😗
ศป.กฉ. แถลงผู้เสียชีวิต 'น้ำท่วม' 7 จ. ภาคใต้ รวม 33 ราย คาดอีก 5 วันสถานการณ์น้ำจะดีขึ้น
ศป.กฉ. แถลงผู้เสียชีวิต 'น้ำท่วม' 7 จ. ภาคใต้ รวม 33 ราย คาดอีก 5 วันสถานการณ์น้ำจะดีขึ้น Pazzle Wed, 2025-11-26 - 17:10 สิริพงศ์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการ ศป.กฉ. แถลงยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม 7 จังหวัดภาคใต้ รวม 33 คน นครศรีธรรมราช 9 ราย, พัทลุง 4 ราย, สงขลา 6 ราย, ตรัง 2 ราย, สตูล 2 ราย, ปัตตานี 5 ราย และยะลา 5 ราย โดยเมื่อวานนี้ได้มีการแจ้งเตือนอพยพประชาชนในจังหวัดที่ถัดออกไปจากจังหวัดสงขลาแล้ว เช่น สตูล , นครศรีธรรมราช ฯลฯ ตามการคาดการณ์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้อีก 5 วัน สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่บางจุดที่เป็นแอ่งลึกหรือพื้นที่ต่ำน้ำอาจจะยังลงได้ไม่หมด โฆษกศูนย์ปฏิบัติการ ศป.กฉ. ยื่นยันว่า การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปเป็นภาระ ไม่มีการแจ้งให้หน่วยงานใดรับแต่อย่างใด เพียงต้องการลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาและอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่   26 พ.ย. 2568 NBT สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงผลการประชุมระบุว่า ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่ประชุม และมีข้อสั่งการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคใต้ดังนี้ ภาพรวมน้ำปริมาณน้ำฝนที่เติมเข้ามาในระบบมีปริมาณที่ลดน้อยลง แนวโน้มของน้ำในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มที่ลดลง โดยได้มีการแจ้งเตือนในจังหวัดที่ถัดออกไปจากจังหวัดสงขลาแล้ว เช่น สตูล , นครศรีธรรมราช มีการแจ้งเตือนอพยพตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จากรายงานพบว่า หลังการแจ้งเตือนให้มีการอพยพยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่ได้อพยพ ทางศูนย์ ศป.กฉ. จึงความกังวลในอนาคตอาจจะเกิดความยากลำบากในการอพยพ จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนินการสำรวจกลุ่มเปราะบาง และเชิญชวนให้ไปอยู่ศูนย์พักพิง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนในกรณีที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ศูนย์พักพิงจะมีการกำหนดจุดให้คนในพื้นที่ทราบก่อนที่จะมีคำสั่งอพยพ และจะดำเนินการเช่นนี้ทุกครั้ง สิริพงศ์ยืนยันข่าวโรงพยาบาลหาดใหญ่มีจำนวนผู้เสียชีวิต 80 คน 100 คนบ้าง ไม่เป็นความจริง โดยได้รับการรายงานจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ว่า มีจำนวนผู้เสียชีวิตจริง แต่มีเพียง 40 คน และเป็นผู้เสียชีวิตที่อยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว ซึ่ง 14 คน เป็นผู้เสียชีวิตจากการรักษาพยาบาล ไม่ใช่จากสถานการณ์น้ำท่วม ทางด้านกระทรวงสาธารณสุข รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ตรัง, สตูล, ปัตตานี และยะลา มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 33 คน คือ นครศรีธรรมราช 9 ราย, พัทลุง 4 ราย, สงขลา 6 ราย, ตรัง 2 ราย, สตูล 2 ราย, ปัตตานี 5 ราย และยะลา 5 ราย แบ่งสาเหตุการเสียชีวิต เช่น ถูกน้ำพัด ไฟฟ้าช็อต ดินถล่ม พลัดตกน้ำ และจมน้ำ และเมื่อช่วงเช้านี้ (26 พ.ย. 2568) ที่มีข่าวว่ามีเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้โรงพยาบาลขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง มีการตรวจสอบข้อมูลแล้วไม่มีเหตุการณ์ ฮ.ตกแต่อย่างใด ทางศูนย์มีการรวบรวมข้อมูลผ่านระบบ AI เป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้ส่งข้อมูลให้กับ ปภ.ส่วนหน้า แล้วจะมีการอัพเดทให้ทางศป.กฉ.ส่วนหน้าเป็นรายชั่วโมง ทั้งนี้ ได้มีการเปิด “ศูนย์ธารน้ำใจช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 2568” ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกในทุกมิติ ประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพสามารถเดินทางมาบริจาคที่ศูนย์นี้ได้ ยังยินดีที่จะรับการสนับสนุนเป็นกำลัง และทรัพยากร เช่น เจ็ตสกี คนขับสปีดโบ๊ท รถลากจุง รถยกสูง และ อุปกรณ์กู้ภัย สิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทางศูนย์ จะมีเครื่องบิน C130 ส่งให้ทุกวัน วันละ 5 รอบ นอกจากนี้ วันนี้ยังได้มีการเริ่มลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับอาสาสมัคร โดยที่รัฐจะสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าน้ำมัน ในการเติมยานพาหนะ หากท่านใดประสงค์ที่จะให้รัฐสนับสนุนในส่วนนี้ขอให้ได้เริ่มลงทะเบียนได้เลย ส่วนอาสาสมัครที่ได้ลงพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ รัฐบาลจะลงทะเบียนย้อนหลังให้เพื่อเป็นการสนับสนุน การดำเนินการ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการ ศป.กฉ. ยังระบุว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย พร้อมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นและเจ็ตสกีอีกประมาณ 10 ลำ เดอะสแตนดาร์ด สิริพงศ์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการ ศป.กฉ. ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี โดยผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีอยู่ทำเนียบรัฐบาล และบริหารสถานการณ์อยู่ที่นี่จะดีกว่าหรือไม่ สิริพงศ์ กล่าวว่า พื้นที่ตรงนี้มีภราดร เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ในการบูรณาการข้อมูลต่างๆ โดยยืนยันว่า การลงไปในพื้นที่ไม่ได้เป็นภาระ ไม่มีการแจ้งให้หน่วยงานใดรับ และไม่มีแม้แต่การให้นักข่าวติดตามไป เป็นการไปแบบคณะเล็ก ที่ต้องการดูถึงข้อจำกัด และอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการ ศป.กฉ. มีการประเมินหรือไม่ว่าน้ำจะลดลงภายในกี่วัน สิริพงศ์ กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ภายใน 5 วันจะดีขึ้น และคลี่คลายไปได้มากแต่จะมีบางจุด ที่เป็นแอ่งลึกหรือพื้นที่ต่ำ น้ำอาจจะยังลงได้ไม่หมด สิริพงศ์ยังกล่าวถึงสัญญาณในพื้นที่ขาดหายทำให้ไม่สามารถติดต่อผู้ประสบเหตุได้ ว่า กสทช. ได้มารายงานให้ทราบแล้วว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปเติมเชื้อเพลิงให้กับเครื่องปั่นไฟได้ แต่ตอนนี้สามารถดำเนินการได้แล้ว ซึ่งวันนี้เรามีเรือเต็มที่ก็ไม่เกิน 200 ลำ และมีรถเข้าพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าได้ทุกพื้นที่ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์อีก 20 ลำ ดังนั้นการไปอพยพชาวบ้านออกมาทันที ยังไม่สามารถทำได้ แต่การบริหารได้หากเป็นกลุ่มสีแดง ต้องย้ายออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาชีวิต หากเป็นกลุ่มสีเหลืองต้องส่งน้ำและอาหาร หากระดับน้ำลดลงมากกว่านี้และสามารถจัดส่งอุปกรณ์เข้าไปได้จะจัดส่งเข้าไปให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่า ในการช่วยเหลือที่ล่าช้าเป็นเพราะการบริหารจัดการของรัฐที่ล้มเหลวหรือไม่ สิริพงศ์กล่าวว่า เรามีการทั้งแบบออนกราวด์ และออนไลน์ รัฐบาลยังยืนยันว่า ในระดับออนกราวด์มีการแบ่งเขตรับผิดชอบทั้งตำบล และอำเภอในการอพยพผู้คน เพราะอย่างบางจังหวัดที่มีการแจ้งเตือนให้อพยพ แต่ประชาชนกลับไม่อพยพ ซึ่งการอพยพมาที่ศูนย์อพยพ ยังมีคนตกหล่นอยู่ แต่ยังยืนยันว่าจะตามช่วยเหลือให้ครบทุกคน ส่วนกรณีที่โรงพยาบาลขาดน้ำมันซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการปั่นไฟนั้น เมื่อวานนี้ศูนย์ได้มีการประสานงานให้นำเครื่องปั่นไฟไปติดตั้งทุกโรงพยาบาล ซึ่งปัญหาที่พบเพียงอย่างเดียวคือเวลาในการส่งอาหารที่ล่าช้าเกินไป ควรจะส่งตั้งแต่เวลา 18.00 น. แต่อาหารไปถึงในเวลา 20.00 น. ซึ่งตอนนี้ผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยวิกฤตได้อพยพออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงผู้ป่วยที่สามารถดูแลได้ตามสถานการณ์ * ข่าว * การเมือง * คุณภาพชีวิต * น้ำท่วมภาคใต้ * น้ำท่วม * สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ * ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย
dlvr.it
November 26, 2025 at 10:27 AM
ใช้ชีวิตต่อยังไง มันว่างเปล่าจัง
November 16, 2025 at 2:24 PM
ไม่อยากไปทำงานเลยสักวัน since 2015
November 16, 2025 at 2:23 PM
ย่ำแย่
November 16, 2025 at 2:22 PM
ปสด ตั้งแต่เมื่อคืน แต่เพิ่งเปิดอ่านตอนเช้า
November 13, 2025 at 1:44 AM