'โครงการคลองฟูนันเดโช' ของกัมพูชา เสี่ยงสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม เอื้อจีนขยายอิทธิพลในเอเชียอาคเนย์
'โครงการคลองฟูนันเดโช' ของกัมพูชา เสี่ยงสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม เอื้อจีนขยายอิทธิพลในเอเชียอาคเนย์
ภาพปก: สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2023 ภาพจาก Flickr. CC BY 4.0
See Think
Fri, 2025-11-28 - 13:07
โครงการคลองฟูนันเดโชของกัมพูชา ถูกมองว่าเป็นโครงการเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นคลองที่จะเชื่อมระหว่างพนมเปญกับท่าเรือน้ำลึกสีหนุวิลล์แถบอ่าวไทย ทำให้สามารถขนส่งทางน้ำได้โดยไม่ต้องพึ่งเวียดนาม แต่โครงการนี้ก็ได้ส่งผลต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำโขงที่มีความสำคัญต่อหลายสิบล้านชีวิตทั้งในกัมพูชาและเวียดนาม อีกทั้งยังมีข้อกังวลเรื่องที่จีนผู้มีบทบาทสำคัญกับโครงการนี้อาจจะฉวยโอกาสขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ได้
ย้อนไปเมื่อปี 2567 นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ร่วมกับผู้คนที่สวมเสื้อโปโลสีขาวราว 10,000 ราย เคยเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการเมกะโปรเจกต์คลองฟูนันเดโช ที่มีการจัดอย่างใหญ่โตจนถึงขั้นประกาศให้วันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเปิดงานนี้ นับเป็นวันหยุดประจำชาติ
ในพิธีเปิดครั้งนั้น ฮุน มาเนต กล่าวว่า "คลองฟูนันเดโชจะเชื่อมระหว่างเมืองหลวงกรุงพนมเปญกับท่าเรือน้ำลึกในจังหวัดสีหนุ ... เพื่อเอื้ออำนายต่อการค้าชายแลกเปลี่ยนกับต่างชาติ"
คลองแห่งนี้จะมีความยาว 180 กิโลเมตร จากแม่น้ำโขงไหลผ่านจังหวัดกันดาล ตาแก้ว กำโปด และไปออกทะเลอ่าวไทยที่จังหวัดแกป ซึ่งโครงการนี้ถูกมองว่าจะเป็นการเชื่อมต่อพนมเปญไปยังอ่าวไทยได้ เพื่อเสริมช่องทางการค้ากับต่างชาติให้กัมพูชา รัฐบาลกัมพูชามองว่าจะนำมาซึ่งการส่งเสริมด้านอุตสาหกรรม, เกษตรกรรม, การขนส่งลำเลียง และภาคส่วนอสังหาริมทรัพย์
โครงการดังกล่าวนี้กัมพูชาได้ประสานความร่วมมือกับบริษัทจากจีนเมื่อเดือน เมษายน ที่ผ่านมา คือบริษัท ไชนา คอมมิวนิเคชัน คอนสตรักชัน คอมพานี หรือ CCCC ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบรรษัทไชนาโรดแอนด์บริดจ์ มีโครงสร้างหุ้นส่วนความเป็นเจ้าของแบบ 51-49 ในลักษณะของ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในกิจการของรัฐ มีการประเมินงบประมาณเอาไว้ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 58,000 ล้านบาท) และคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จภายในปี 2571
กัมพูชามีแผนการสร้างคลองแห่งนี้โดยหวังจะให้ประเทศตัวเองกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งลำเลียงขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการวางไว้ว่าจะให้คลองแห่งนี้มีความกว้าง 100 เมตร และความลึก 5.4 เมตร เพื่อรองรับเรือบรรทุกน้ำหนักทั้งหมดได้สูงสุด 3,000 ตัน และมีการประเมินว่ามันจะกลายเป็นช่องทางลัดสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายการขนส่งทางเรือลงได้ร้อยละ 70 และสร้างรายได้ต่อปีจากการขนส่ง 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,800 ล้านบาท)
รัฐบาลกัมพูชาอ้างว่าประชาชน 1.6 ล้านคน ริมฝั่งแม่น้ำโขงทั้งสองฟากของคลองฟูนันเดโช จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมภาคการเกษตร การกักเก็บน้ำ และช่วยป้องกันน้ำท่วมได้
ข้อกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม คนริมน้ำ และเสริมอิทธิพลจีน-กัมพูชา
อย่างไรก็ตามโครงการคลองฟูนันเดโชนั้นก็มีทำให้เกิดข้อกังวลในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะผลกระทบต่อพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญกับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับกัมพูชา
แม่น้ำโขงเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญสำหรับผู้คนหลายล้านคนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ทั้งจากในจีน, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม แม่น้ำโขงนับเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนอย่างน้อย 40 ล้านคน สร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 355,000 ล้านบาท) องค์กรกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล WWF ระบุว่าแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก โดยมีพันธุ์ปลาอยู่อย่างน้อย 1,148 สปีชีส์ และนับเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก
ประเทศเวียดนามได้แสดงความกังวลว่าการสร้างคลองฟูนันเดโช จะส่งผลกระทบต่อสมดุลของระบบนิเวศ โดยเฉพาะแถบดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียดนาม ไบรอัน ไอเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศูนย์สติมสัน กล่าวว่าทำนบที่สูงของคลองอาจจะกั้นไม่ให้กระแสน้ำที่มีตะกอนไหลลงสู่เวียดนาม ซึ่งจะทำให้พื้นที่ปลูกข้าวของเวียดนามเกิดภาวะภัยแล้ง ส่วนกัมพูชาก็จะเกิดภาวะน้ำท่วมที่ราบลุ่ม
เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวจำนวนมาก ในปี 2567 มีสถิติว่าเวียดนามส่งออกข้าวได้มากกว่า 9 ล้านตัน สร้างรายได้ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 183,000 ล้านบาท) นับเป็นร้อยละ 15 ของการส่งออกของโลก ทำให้ถ้าหากภาคการเกษตรของเวียดนามได้รับผลกระทบจากคลองของกัมพูชาก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกไปด้วย
นอกจากนี้แล้ว Le Phat Quoi ประธานสถาบันเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของเวียดนาม ยังได้เปิดเผยว่า การขุดคลองดังกล่าวนี้จะส่งผลในการกัดเซาะชั้นดินโฮโลซีน ส่งผลให้ "ดินที่มีโอกาสกลายเป็นดินกรดกำมะถัน" กลายเป็น "ดินกรดกำมะถันโดยแท้จริง" เพราะเกิดการอ็อกซิเดชันจนส่งผลให้เกิดกรดกำมะถันในดิน การกัดเซาะที่ว่านี้ จะส่งผลกัดเซาะต่อโครงสร้างของคลองฟูนันเดโช แล้วก็ทำให้เกิดการปล่อยสารโลหะหนักลงไปยังที่ราบที่น้ำท่วมถึง ส่งผลเลวร้ายต่อทั้งภาคเกษตรและต่อระบบนิเวศทางน้ำ
อย่างไรก็ตาม ฮุนเซน โต้แย้งว่า คลองแห่งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการไหลของแม่น้ำโขง เพราะเป็นคลองที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงโดยตรง แต่เชื่อมต่อกับแม่น้ำบาสัก
อีกปมปัญหาหนึ่งคือการที่คนในพื้นที่จะเผชิญกับความเดือดร้อนที่มาจากการสร้างคลอง โดยที่โครงการคลองฟูนันเดโชจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำจำนวนมากจะต้องถูกขับออกจากพื้นที่ แล้วก็สูญเสียบ้านของตัวเองไป เช่นกรณีของ Dim Mech นักธุรกิจที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมาตั้งแต่ก่อนปี 2543 เขาบอกว่าจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องค่าชดเชยหรือการย้ายบ้าน ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นจะมาทำการตรวจวัดที่ดิน บ้าน และ พืชผลของเขาแล้ว Mech บอกว่าเขาไม่อยากย้ายที่อยู่เพราะเขาทำงานหนักมากเพื่อที่จะสร้างมันขึ้นมา เขาจึงไม่อยากจะเสียมันไป
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่กัมพูชาเริ่มผูกมิตรกับจีนมากขึ้นจากเรื่องการสร้างคลอง อาจจะส่งผลให้จีนอาศัยโอกาสนี้เพื่อขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ มีนักวิเคราะห์มองว่า การที่จีนยื่นมือเข้ามาร่วมมือกับกัมพูชาในการสร้างคลองฟูนันเดโชนั้น จะทำให้จีนขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองในกัมพูชาและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้ แต่ในขณะเดียวกันอิทธิพลของจีนก็จะสร้างความกังวลให้กับทั้งสหรัฐฯ และเวียดนามด้วย
มีการวิเคราะห์ว่าจีนกำลังลงทุนอย่างมากกับกัมพูชาเพื่อขยายอำนาจอ่อนหรือ "ซอฟต์พาวเวอร์" รวมถึงอิทธิพลทางการทูต ในขณะที่กัมพูชาก็ได้ประโยชน์จากจีนในฐานะเป็นแหล่งลงทุนจากต่างชาติแหล่งใหญ่ อีกทั้งการที่กัมพูชาร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนเพื่อให้เป็นไปในทางเดียวกัน ก็จะทำให้กัมพูชาได้รับการคุ้มครองทางด้านภูมิศาสตร์การเมืองไปด้วย
อย่างไรก็ตามโครงการคลองฟูนันเดโชจะส่งผลลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับเวียดนาม เพราะมันจะทำให้การค้ากับต่างชาติผ่านทางท่าเรือเวียดนามลดลงร้อยละ 10 โดยมีการเปลี่ยนช่องทางการค้าจากเวียดนามไปสู่พื้นที่่แถบอ่าวไทย ส่งผลให้จีนมีอำนาจคัดง้างต่อรองทางเศรษฐกิจกับเวียดนามได้มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันจีนกับเวียดนามต่างก็มีข้อพิพาทด้านเขตแดนกันอยู่
เรียบเรียงจาก
This canal project aims to elevate Cambodia’s economy, but what does it mean for the Mekong?, Global Voices, 13-11-2025
https://globalvoices.org/2025/11/13/this-canal-project-aims-to-elevate-cambodias-economy-but-what-does-it-mean-for-the-mekong/
* ข่าว
* เศรษฐกิจ
* ต่างประเทศ
* สิ่งแวดล้อม
* คลองฟูนันเดโช
* กัมพูชา
* จีน
* การแผ่อิทธิพลจีน
* การค้าระหว่างประเทศ