a.
banner
j-elegia.bsky.social
a.
@j-elegia.bsky.social
live in favor of tomorrow | she/her | book - film - music | (TH/EN)

(you can find me on letterboxd - https://boxd.it/1EXSV)
Pinned
nowadays, it's "I'm stuck in a vortex" mood
เฮาส์ เปิดให้หนูจอง 7 ซามูไรเดี๋ยวนี้!!!!
a tiktok video of a woman laughing with a light behind her .
ALT: a tiktok video of a woman laughing with a light behind her .
media.tenor.com
January 30, 2026 at 7:34 AM
ชายแท้อย่าทำให้ใจเราหวั่นไหว
January 30, 2026 at 2:34 AM
omg mitski จะมาไทย
January 29, 2026 at 5:34 PM
อ่าน the master and margarita แล้วมึนติ๊บเลย
January 29, 2026 at 3:36 PM
Reposted by a.
การรณรงค์เรื่องประชามติ มีแต่ภาคประชาชนดิ้นรนประชาสัมพันธ์กันแบบสู้ตาย
January 29, 2026 at 6:10 AM
จากการพิมพ์ผิดเพื่อหลบเซนเซอร์ในเกม สู่การเปลี่ยนคำเพื่อหลบอัลกอริทึมของระบบ
January 29, 2026 at 4:14 AM
แปะ for research purpose
January 29, 2026 at 3:11 AM
mv r u mine ลงยูทูปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว and now I feel old
January 29, 2026 at 1:32 AM
ถ้าไม่ได้เพิกเฉยทางการเมือง คงมีสักแวบแหละ ที่อยากคิดบัญชีเผด็จการกัน ซึ่งหนังอิหร่าน It Was Just an Accident ก็จัดให้ในประเด็นนี้ ที่อดีตนักโทษการเมืองจับตัวผู้คุมเพื่อหวังชำระแค้นที่ทำกับตน แต่ในความเรียบง่ายของเนื้อเรื่อง ก็มีประเด็นมากมายให้ได้ขบคิด ผ่านตัวละครในเรื่องและการกระทำของพวกเขา

#filmskyTH
January 28, 2026 at 3:31 PM
นั่งดู wwf/wwe ยุค 90 ก็ได้แต่อุทานว่า you guys are not serious people
January 28, 2026 at 7:07 AM
ผู้ดูแล/บอทก็จับคำหยาบเก่งเกินอะ
"she had the human look of a domesticated animal"

ควย (คำชม)
กำลังอ่าน tender is the flesh และ
January 28, 2026 at 3:59 AM
Tender Is the Flesh (มีแปลไทยในชื่อ 'มนุษย์พร้อมกิน' ของสำนักพิมพ์น้ำพุ)

ดูเผิน ๆ เหมือนโฆษณาชวนเชื่อของชาวมังสวิรัติ (ไวรัสระบาดสัตว์ คนเลยต้องมากินคนกันเอง เข้าใจความรู้สึกสัตว์ที่ถูกกินหรือยัง ฮ่าฮ่า) แต่ความจริงคือเสียดสีจนจุก ถึงความย้อนแย้งในตัวมนุษย์ในเรื่องเกี่ยวกับสัตว์

ประโยคสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้ คงหลอกหลอนเราไปอีกนาน
January 27, 2026 at 2:16 PM
Reposted by a.
ศาลสหรัฐฯ เปิดทาง ICE ใช้ข้อมูล Medicaid ล่าผู้อพยพ ท้องถิ่นเตือนกระทบสุขภาพชุมชน
ศาลสหรัฐฯ เปิดทาง ICE ใช้ข้อมูล Medicaid ล่าผู้อพยพ ท้องถิ่นเตือนกระทบสุขภาพชุมชน auser15 Tue, 2026-01-27 - 15:36 คำตัดสินศาลสหรัฐฯ อนุญาตสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) เข้าถึงข้อมูลพื้นฐาน Medicaid เพื่อตามตัวผู้อพยพ จุดกระแสกังวลครอบครัวหลีกเลี่ยงระบบสาธารณสุข แม้ท้องถิ่นเตือนกระทบสุขภาพชุมชน ขณะผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นการกลับลำนโยบายเดิมและเพิ่มอำนาจบังคับใช้กฎหมายเหนือผลประโยชน์ด้านสุขภาพ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ที่สวมหน้ากาก เคาะกระจกรถคันหนึ่งในรัฐมินนิโซตา เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 | ภาพจาก: Nicole Neri/Minnesota Reformer  ในชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับนโยบายปราบปรามผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คำตัดสินของศาลเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปิดทางให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกา (U.S. Immigration and Customs Enforcement - ICE) สามารถกลับมาใช้ข้อมูล Medicaid (โครงการประกันสุขภาพของรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง) ของรัฐต่าง ๆ เพื่อระบุตัวตนและค้นหาผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายได้อีกครั้ง แม้คดียังคงดำเนินอยู่ แต่ในปัจจุบันผู้อพยพรวมถึงผู้ที่พำนักอย่างถูกกฎหมายต้องเผชิญกับการตัดสินใจระหว่างการได้รับสิทธิ์ความคุ้มครองสุขภาพ กับความเสี่ยงที่การลงทะเบียน Medicaid อาจช่วยให้ ICE ติดตามตัวพวกเขาหรือสมาชิกในครอบครัวได้ง่ายขึ้น เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา 22 รัฐและเขตโคลัมเบีย ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อระงับการแบ่งปันข้อมูลระหว่าง ICE และ Medicaid ซึ่งเป็นโครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2025 ผู้พิพากษาศาลกลางมีคำตัดสินว่า ICE สามารถดึงข้อมูลพื้นฐานบางส่วนจาก Medicaid เพื่อใช้ในกระบวนการเนรเทศได้ ซึ่งรวมถึงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด และสถานะการเป็นพลเมืองหรือผู้อพยพ ศาลตัดสินว่าในรัฐที่ฟ้อง ICE ไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีถิ่นพำนักถาวรตามกฎหมายหรือพลเมือง หรือบันทึกเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม ใน 28 รัฐที่ไม่ได้ฟ้อง ศาลไม่ได้กำหนดข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับข้อมูล Medicaid ที่ ICE สามารถเข้าถึงได้ ศาลแขวงในซานฟรานซิสโก ได้ชี้แจงโดยพื้นฐานว่าหน่วยงานของรัฐสามารถแบ่งปันข้อมูลบางส่วนได้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลระบุตัวตนขั้นพื้นฐาน โดยในคำตัดสินระบุว่า "การแบ่งปันข้อมูลในลักษณะดังกล่าวนั้นได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด" แต่ศาลยังมีคำตัดสินว่าหน่วยงานไม่สามารถแบ่งปันข้อมูลที่ละเอียดอ่อนกว่านี้ได้ หากไม่มีการอธิบายเหตุผลความจำเป็นอย่างเพียงพอ โดยในคำตัดสินของผู้พิพากษาศาลแขวง วินซ์ ชาบเรีย (Vince Chhabria) ระบุว่า นโยบายการแบ่งปันข้อมูลระหว่าง ICE กับ Medicaid ในระดับรัฐบาลกลางนั้น "ขาดความชัดเจนอย่างสิ้นเชิงและไม่ได้เกิดจากกระบวนการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล" พร้อมทั้งชี้เห็นว่ารัฐต่าง ๆ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าจะต้องเผชิญกับ "ความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้จากนโยบายที่คลุมเครือและอาจครอบคลุมกว้างขวางจนเกินไป" ตามกฎหมายปัจจุบัน เงิน Medicaid ของรัฐบาลกลางไม่สามารถใช้ครอบคลุมผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกือบครึ่งหนึ่งของรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงบางรัฐที่นำโดยพรรครีพับลิกัน ได้เลือกใช้งบประมาณของรัฐตนเองเพื่อขยายความคุ้มครองสุขภาพไปยังกลุ่มคนบางกลุ่ม เช่น เด็กและหญิงตั้งครรภ์ โดยไม่นำสถานะการย้ายถิ่นฐานมาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณา กลุ่มผู้สนับสนุนผู้อพยพและเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนแสดงความกังวลว่า การที่ ICE เข้าถึงข้อมูล Medicaid จะสร้างความหวาดกลัวเป็นวงกว้างในหมู่ครอบครัวผู้อพยพ จนทำให้ไม่กล้าเข้ารับบริการทางสาธารณสุขตามสิทธิ์ที่รัฐระบุว่าพึงมี ซึ่งทางกรมสาธารณสุขของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ระบุว่า การดำเนินการล่าสุดของรัฐบาลในครั้งนี้ถือเป็น "การละเมิดความไว้วางใจของสาธารณชนอย่างร้ายแรง" ทันย่า โบรเดอร์ (Tanya Broder) ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายสุขภาพและความยุติธรรมทางเศรษฐกิจที่ศูนย์กฎหมายผู้อพยพแห่งชาติ (National Immigration Law Center - NILC) ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนสิทธิผู้อพยพกล่าวว่า "ที่ผ่านมารัฐต่าง ๆ ให้ความมั่นใจกับประชาชนมาโดยตลอดว่า ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นผลร้ายต่อตัวพวกเขา แต่ในขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว" ผลกระทบในทางปฏิบัติ เอกสารศาลในคดีความได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำตัดสินนี้ ตัวอย่างเช่น ในชิคาโก ศูนย์สุขภาพเอสเปรันซา (Esperanza Health Centers) รายงานในเอกสารศาลเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่งชะลอการฝากครรภ์ครั้งแรกจนถึงไตรมาสที่ 3 เนื่องจากกังวลว่าการลงทะเบียน Medicaid จะทำให้สามีของเธอเสี่ยงต่อการถูกเนรเทศ ซึ่งเมื่อเธอเข้ารับการรักษา กลับพบภาวะแทรกซ้อนที่หากมาพบแพทย์เร็วกว่านี้จะสามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอีกรายที่ปฏิเสธการสมัคร Medicaid ให้ลูกของเธอที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ เพราะเกรงว่าการขอสวัสดิการจะทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ ICE ติดตามตัวเธอได้ โบรเดอร์ กล่าวว่า "ความคาดหวังในความเป็นส่วนตัวที่ทุกคนควรมีเมื่อลงทะเบียนในโครงการดูแลสุขภาพได้ถูกละเมิดไปแล้ว" เธอยังระบุเพิ่มเติมว่า "ไม่ใช่เพียงผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารเท่านั้น แต่ผู้ที่อาศัยในครอบครัวเดียวกับผู้อพยพรวมถึงชุมชนในวงกว้างจะรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นในการสมัครโครงการสุขภาพเหล่านี้ เพราะกังวลว่าข้อมูลของตนเองจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการกับตนเองหรือสมาชิกในครอบครัว" การกลับลำ ในวาระที่ 2 ของประธานาธิบดีทรัมป์ ผ่านไปได้เพียงไม่กี่เดือน ICE ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ลงทะเบียน Medicaid จำนวนกว่า 79 ล้านคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการติดตามและระบุตัวตนบุคคลที่อาจพำนักอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ข้อมูลของผู้ลงทะเบียน Medicaid มักถูกแลกเปลี่ยนเป็นปกติระหว่างหน่วยงานของรัฐและรัฐบาลกลาง เพื่อใช้ตรวจสอบสิทธิ์ในการรับเงินสนับสนุนจากส่วนกลาง แต่ข้อตกลงใหม่นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงจากนโยบายในอดีต ที่ไม่เคยนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เพื่อการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เมดา มาคลูฟ (Medha Makhlouf) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์เพนน์สเตตดิกกินสัน (Penn State Dickinson Law) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสุขภาพและการอพยพ ระบุว่าความพยายามในการดำเนินการเช่นนี้ในระดับประเทศถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "ในอดีตรัฐบาลกลางเคยรักษาสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองกับการคุ้มครองสวัสดิภาพด้านสุขภาพ" เธอกล่าว "ทว่าในปัจจุบัน พวกเขาได้ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก" เธอยังระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวทำให้รัฐบาลกลางมีความเห็นขัดแย้งกับหลายรัฐที่มีนโยบายขยายความคุ้มครองด้านสุขภาพเพื่อประโยชน์ทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจ โดยรัฐเหล่านั้นเชื่อว่าการครอบคลุมดูแลประชาชนในวงกว้างจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ส่งเสริมการดูแลเชิงป้องกันที่มีต้นทุนต่ำกว่าการรักษาฉุกเฉิน และช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการลาป่วยของพนักงาน บทบาทของรัฐต่างๆ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ ใช้งบประมาณของตนเองเพื่อขยายความคุ้มครอง Medicaid ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้อพยพ | ภาพจาก: medicaid.ms.gov ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีจำนวนรัฐเพิ่มมากขึ้นที่ตัดสินใจใช้เกณฑ์งบประมาณของตนเองเพื่อขยายความคุ้มครองประกันสุขภาพภายใต้โครงการ Medicaid ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองบางกลุ่ม อาทิ ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้พำนักถาวร (Green Card), ผู้ลี้ภัย และผู้ได้รับสถานะคุ้มครองชั่วคราว (Temporary Protected Status - TPS) ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ มี 14 รัฐและเขตโคลัมเบีย ที่ให้ความคุ้มครองแก่เด็กที่มีรายได้ตามเกณฑ์โดยไม่นำสถานะการย้ายถิ่นฐานมาพิจารณา ขณะที่อีก 7 รัฐและเขตโคลัมเบียได้เสนอความคุ้มครองที่สนับสนุนโดยงบประมาณของรัฐให้แก่กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีรายได้น้อยโดยไม่จำกัดสถานะเช่นกัน นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของรัฐทั้งหมด ซึ่งรวมถึงรัฐที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน บางแห่ง ยังให้ความคุ้มครองแก่หญิงตั้งครรภ์ที่มีรายได้ผ่านเกณฑ์โดยไม่คำนึงถึงสถานะการย้ายถิ่นฐานอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่างมาคลูฟ ระบุว่า นักศึกษากฎหมายที่ให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการมักได้รับคำถามจากผู้ปกครอง รวมถึงผู้ที่พำนักอย่างถูกกฎหมาย ว่าการสมัคร Medicaid ให้บุตรที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะกระทบต่อสถานะตนเองหรือทำให้สมาชิกในบ้านถูก ICE ตรวจสอบหรือไม่ "เราพบเห็นผลกระทบที่สร้างความหวาดกลัวได้โดยตรง" มาคลูฟ กล่าว พร้อมชี้ว่าครอบครัวต่าง ๆ เริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าระหว่างความเสี่ยงกับประโยชน์ที่จะได้รับมากขึ้น จนทำให้การตัดสินใจขอรับความช่วยเหลือจากรัฐที่เคยเป็นเรื่องง่ายกลับกลายเป็นเรื่องยากในปัจจุบัน นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังได้สั่งให้รัฐต่าง ๆ ส่งข้อมูลส่วนตัวจากแหล่งอื่น ๆ เช่น ทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและโครงการคูปองอาหาร (Food Stamps) เพื่อรวบรวมเป็นคลังข้อมูลของผู้พำนักในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลกลางได้มีคำสั่งห้ามกรมสรรพากร (Internal Revenue Service - IRS) แบ่งปันข้อมูลของผู้เสียภาษีเพื่อวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง.   ที่มา: ICE is using Medicaid data to find out where immigrants live (Anna Claire Vollers, Stateline, 20 January 2025)   * รายงานพิเศษ * แรงงาน * ต่างประเทศ * แรงงานข้ามชาติ * ผู้อพยพ * สหรัฐอเมริกา * Stateline
dlvr.it
January 27, 2026 at 8:44 AM
"she had the human look of a domesticated animal"

ควย (คำชม)
กำลังอ่าน tender is the flesh และ
January 27, 2026 at 8:29 AM
he was so pathetic here (affectionate)
youtu.be/9uceXHyykC4?...
Shawn Michaels on relinquishing the WWF Intercontinental Title to Dean Douglas at In Your House #4
YouTube video by Old-School-Wrestling-Clips
youtu.be
January 27, 2026 at 12:53 AM
ผมอยากรู้ storyline ของ two dudes with attitudes มาก ฮือๆ
January 26, 2026 at 2:08 PM
Reposted by a.
สำหรับคนที่สนใจเรื่องการตายดี เดือนมีนากำลังจะมีงาน death fest ที่อิมแพคนะคะ ถ้าสนใจเรียนเชิญค่ะ ผมก็ว่าจะไปเดินเหมือนกัน 5555

readthecloud.co/activity/dea...
January 25, 2026 at 3:04 PM
oh jessica lange in all that jazz
January 26, 2026 at 7:19 AM
Reposted by a.
The victim of Saturday’s fatal shooting by federal agents in Minneapolis was identified as 37-year-old Alex Pretti, an ICU nurse.
Who Was Alex Pretti? Man Shot Dead By Border Patrol Agent In Minneapolis
The victim of Saturday’s fatal shooting by federal agents in Minneapolis was identified as 37-year-old Alex Pretti, an ICU nurse.
www.forbes.com
January 24, 2026 at 9:45 PM
เข้า tumblr แล้วเจอโพสใส่ฟิลเตอร์เยอะ จนเกือบหลุด ต้องท่องไว้ว่า these wrestlers are ชายแท้ 😔
January 25, 2026 at 4:31 PM
เกลียดตัวเองช่วง fixation
January 25, 2026 at 11:57 AM
smell little fruity to me
January 24, 2026 at 5:00 PM
อยากดู I want your sex 😔
January 24, 2026 at 11:01 AM
บ้าแก ใครจะไปชิปนักมวยป้ำ-

*เควิน นาช/ชอว์น ไมเคิล enter the chat*
January 23, 2026 at 3:07 PM
bark bark BARK
January 23, 2026 at 8:39 AM