วูฟโพลิติก🐺
banner
wolfpolitic.bsky.social
วูฟโพลิติก🐺
@wolfpolitic.bsky.social
กะหรี่การเมือง
February 14, 2026 at 1:54 PM
อย่าว่าเราเลย การร่วมรัฐบาลกับเสี่ยหนูเราดูอ.เชนแกนอยๆอยู่นะ ผู้ใหญ่เพื่อไทยชอบทำแบบนี้ตลอด พรรคเลยดูหมดความนิยมไปเรื่อยๆ
February 13, 2026 at 8:55 PM
ที่น่าเป็นห่วงคือลือว่าอาจมีการหลอกนายกปูกลับมาต้องคดี ยึดทรัพย์ตระกูชินวัตร แล้วทำลายเพื่อไทย การทำเมืองแบบนี้การตัดสินใจของเพื่อไทย มักพาไปในจุดที่เสื่อมถอยและลดความนิยมลงเรื่อยๆ แถมทำไปแล้วเปลืองตัว เสียภาพลักษณ์พรรคประชาธิปไตยหมด คนก็หมดความเชื่อมั่น เหมือนสูบน้ำบ่อไปจัดงานสงกรานต์ วันนี้คุณเหลือแต่น้ำบาดาลแล้วนะ
February 13, 2026 at 7:41 PM
พูดถึงเพลงช่างแม่มัน นึกถึงนโยบายนึงชื่อว่า "ชั่งหัวมัน"
February 12, 2026 at 2:00 PM
เบื่อ สุชาติ ดมตด
February 10, 2026 at 1:28 PM
Reposted by วูฟโพลิติก🐺
นิสิต – อาจารย์จุฬาฯ เดินรณรงค์ 'กาเห็นชอบ' ประชามติ เพื่อรัฐธรรมนูญใหม่
นิสิต – อาจารย์จุฬาฯ เดินรณรงค์ 'กาเห็นชอบ' ประชามติ เพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ Pazzle Tue, 2026-02-03 - 20:06 องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ จัดเดินขบวนรณรงค์รอบมหาวิทยาลัยชวนชาวจุฬาฯ ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ "กาเห็นชอบ" ประธานฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ อบจ. หนึ่งในคณะผู้จัดระบุว่า การลงประชามติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่จะเปิดโอกาสให้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนจริงๆ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ มีผ่านแค่ 1 ฉบับเท่านั้น การลงประชามติเห็นชอบจะทำให้การแก้ไขเกิดขึ้นได้   3 ก.พ. 2569 องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) จัดกิจกรรมเดินขบวนรณรงค์ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่อผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเชิญชวนให้ประชาคมจุฬาฯ ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติ โดยกิจกรรมเริ่มต้นที่หน้า SCI Space คณะวิทยาศาสตร์ เมื่อเวลา 12.00 ก่อนจะเดินขบวนไปยังศาลาพระเกี้ยว คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และจบกิจกรรมที่คณะรัฐศาสตร์ ระหว่างการเดินขบวนมีนิสิต อาจารย์ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมและรับเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการทำประชามติ กิจกรรมดังกล่าวมีคณะผู้จัดคือ อบจ. อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ สภานิสิตจุฬาฯ คณะกรรมการนิสิตอักษรศาสตร์ สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ อบจ. ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ คณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ กลุ่มเฟมสามย่าน ฝ่ายพิทักษ์สิทธิและส่งเสริมประชาธิปไตย สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ พรรคจุฬาสามัญชน และฝ่ายส่งเสริมสิทธิและมนุษยธรรม อบจ.     ประธานฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ อบจ. หนึ่งในคณะผู้จัด ระบุว่า การลงประชามติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่จะเปิดโอกาสให้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนจริงๆ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ มีผ่านแค่ 1 ฉบับเท่านั้น การลงประชามติเห็นชอบก็จะทำให้การแก้ไขเกิดขึ้นได้ ในส่วนของกิจกรรม ประธานฝ่ายพัฒนาฯ ระบุว่าเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยการร่วมมือของนิสิตในชั้นเรียนวิชา Assembly Law องค์กรนิสิตต่างๆ และอาจารย์ โดยมีเป้าหมายอยากรณรงค์ให้ประชาคมจุฬาฯ ไปโหวตเห็นชอบในการทำประชามติเพื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ และในฐานะคนรุ่นใหม่ เธอบอกว่าอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และอยากให้ประชาชนตระหนักในสิทธิของตัวเอง * ข่าว * การเมือง * การศึกษา * ประชามติ * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
dlvr.it
February 3, 2026 at 1:33 PM
แม้ว่าประเทศต้องการผู้นำ แต่สังคมที่ปฏิเสธเรื่องลัทธิบูชาตัวบุคคล จะไม่ต้องชูใครคนใดคนหนึ่งให้เด่นกว่าเพื่อนเลย นั่นเพราะถ้าคุณอยากชนะใจประชาชนคุณต้องพูดถึงเรื่องสาธารณะมากกว่าจะให้คนอินกับคนไม่กี่คน
February 1, 2026 at 9:54 PM
เราคิดว่าบางครั้งการเลือกพรรคการเมือง มันมีทั้งคนที่เราชอบและคนที่เราไม่ชอบไปอยู่พรรคเดียวกัน จึงทำให้พะอืดพะอม และมันเป็นธรรมชาติแบบนี้จึงตัดสินใจไม่ถูก หลายครั้งก็อยากให้ทุ่มให้หมด แต่พอเห็นคนที่ไม่ชอบในพรรคนั้นแล้วคืต้องมานั่งครุ่นคิดใหม่ว่าจะกาให้พรรคนี้ดีไหม อีกทั้งบางแนวคิดบ้าๆบอๆที่แนบมากับพรรคนั้นอีก
February 1, 2026 at 1:05 AM
🐸+🐀=👑
January 22, 2026 at 6:22 PM
Reposted by วูฟโพลิติก🐺
มองหนังสือ Breakneck เทียบจีนเป็น 'รัฐแบบวิศวกรรม' พัฒนาก้าวกระโดด แต่อาจสะดุดตัวเองล้ม
มองหนังสือ Breakneck เทียบจีนเป็น 'รัฐแบบวิศวกรรม' พัฒนาก้าวกระโดด แต่อาจสะดุดตัวเองล้ม auser15 Sat, 2025-09-13 - 11:37 สื่อ The Economist วิจารณ์หนังสือที่ชื่อ Breakneck: China’s Quest to Engineer the Future หรือที่แปลตรงตัวว่า "เร็วจี๋ : ภารกิจของจีนเพื่อการออกแบบวิศวกรรมอนาคต" เขียนโดย ดัน หวัง นักวิจัยจากศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์ฮูเวอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนังสือเล่มนี้ตั้งข้อสังเกตว่า จีนเป็นประเทศที่บริหารโดยวิศวกร ในขณะที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่นักกฎหมายบริหาร แต่ก็มีสาเหตุที่ทำให้จีนเสี่ยงจะแพ้ภัยตัวเองถึงแม้จะพัฒนาได้แบบก้าวกระโดดมาก Breakneck: China’s Quest to Engineer the Future หรือที่แปลตรงตัวว่า "เร็วจี๋ : ภารกิจของจีนเพื่อการออกแบบวิศวกรรมอนาคต" เป็นหนังสือของ ดัน หวัง ที่ได้เข้ารอบลองลิสต์รางวัลหนังสือแห่งปีของ ไฟแนนเชียลไทม์และชเรอดิงเกอร์บิสสิเนส อีกทั้งยังถูกจัดเป็น "หนังสือที่ต้องอ่าน" ประจำเดือน สิงหาคม 2568 โดย Next Big Idea Club ตัวของ ดัน หวัง เองเป็นคนที่เกิดในจีนแล้วไปอยู่ที่สหรัฐฯ โดยทำงานเป็นนักวิจัยให้กับ ศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์ฮูเวอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเคยทำงานในจีนมาก่อน เคยอาศัยอยู่ทั้งที่ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ในหน้าบรรยายเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ระบุว่า หวังได้ "ผสมผสานการวิเคราะห์ทั้งทางการเมือง, เศรษฐกิจ และปรัชญา ให้เข้ากับการรายงานที่จะเผยให้เห็นแนวคิดการทำความเข้าใจจีนในแบบใหม่ที่กระตุ้นเร้าความสนใจ" แต่ในขณะเดียวกันหนังสือเล่มนี้ก็มีเรื่องให้วิพากษ์วิจารณ์ รัฐแบบวิศวกรรม vs รัฐแบบนักกฎหมาย หนังสือของ ดัน หวัง ตั้งข้อสังเกตว่า จีนเป็น "รัฐแบบวิศวกรรม" เพราะมีผู้บริหารประเทศเป็นวิศวรกรอยู่จำนวนมาก โดยที่นับตั้งแต่คริสตทศวรรษที่ 1980s เป็นต้นมา จีนก็สามารถสร้างโครงข่ายถนนหนทางต่างๆ ในระยะทางที่มากกว่าสหรัฐฯ สองเท่า และสร้างโครงข่ายรางรถไฟความเร็วสูงได้ในขนาดที่ใหญ่กว่าของญี่ปุ่นถึง 15 เท่า ดัน หวัง ระบุอีกว่า จีนใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมากในระดับที่เกือบจะเท่ากับที่ทั้งโลกใช้รวมกัน อีกทั้งยังสามารถผลิตสินค้าได้ราว 1 ใน 3 ของทั้งโลกรวมกัน โดยที่จีนต้องแข่งขันกับประเทศมหาอำนาจอีกประเทศหนึ่งคือสหรัฐฯ ที่หวังมองว่ามีรูปแบบบริหารแบบนักกฎหมาย เรื่องนี้ทำให้จีน "สร้างอะไรได้รวดเร็วมาก ในขณะที่อเมริกาถกเถียงกันไม่รู้จบว่าควรจะสร้างมันดีหรือไม่" นอกจากนี้ พลังทางวิศวกรรมยังทำให้จีนปรับภาพลักษณ์จากเดิมได้ จากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกมองว่าเป็นพวกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและใช้แรงงานเด็ก แต่ในปัจจุบันถูกมองว่าเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยี หวัง เปรียบเทียบว่า ความสามารถในเชิงวิศวกรรมนั้นคล้ายกับการทำอาหาร ไม่ใช่แต่มีเครื่องมือหรือวัตถุดิบที่ดีอย่างเดียวก็ทำได้ แต่ต้องมีญาณทัศนะหรือก็คือการใช้ทักษะความรู้ ความชำนาญ ที่มาจากประสบการณ์ปฏิบัติจริง ซึ่งแรงงานในโรงงานหลายล้านคนของจีนรวมถึงผู้จัดการทั่วประเทศจีนต่างก็มีประสบการณ์หลายสิบปีที่ช่วยเสริมสร้างญาณทัศนะนี้ ทำให้จีนกลายเป็นแหล่งแรงงานมีฝีมือที่ผลิตสินค้าไอทีที่มีความซับซ้อนอย่างกล้องโดรนหรือสมาร์ทโฟนป้อนบริษัททั้งต่างประเทศอย่างแอปเปิล, ซัมซุง และในประเทศอย่างหัวเหว่ยได้ นอกจากนี้ หวังยังมองว่าความรู้ด้านกระบวนการผลิตทำให้จีนมีความได้เปรียบเหนือสหรัฐฯ การที่ประธานาธิบดีจีนไม่ละทิ้งอุตสาหกรรมภาคส่วนการผลิตจริง หรือ Real Economy ทำให้ภาคการผลิตของจีนกลายเป็นผู้นำในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีสะอาด, ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงยิ่งยวด, รางรถไฟความเร็วสูง และ โครงข่าย 5G หวัง มองว่าถึงแม้ว่าสหรัฐฯ จะมีความสำเร็จในเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ และ เครื่องมือทางการแพทย์ แต่ถ้าหากมีสองประเทศทำสงครามกัน ฝ่ายที่น่าจะได้เปรียบคือฝ่ายรัฐวิศวกรรม กำลังการผลิตยุทโธปกรณ์ต่างๆ ในตอนนี้จีนอยู่เหนือกว่าสหรัฐฯ เช่น เรือรบที่กำลังมีการผลิตอยู่ที่เกือบ 1,800 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ มีอำลังการผลิตน้อยกว่า เรื่องนี้ส่งผลให้สหรัฐฯ ส่งอาวุธไปช่วยยูเครนได้น้อยด้วย ในขณะทีสหรัฐฯ ได้เปรียบด้านไอทีกับปัญญาประดิษฐ์ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอถ้าหากไม่นำไปใช้กับยุทโธปกรณ์ที่เป็นรูปเป็นร่างด้วย "รัฐวิศวกรรมไม่แท้" จะแพ้ภัยตัวเองเพราะอำนาจนิยม แต่หนังสือของหวัง ก็ไม่ได้ชื่นชมจีนแต่เพียงอย่างเดียว โดยระบุว่าถึงแม้จีนจะมีความทะเยอทะยานในระดับโลกแต่ก็ยังล้มเหลว เพราะถึงแม้พวกเขาจะผลิตสิ่งต่างๆ ได้อย่าง "เร็วจี๋" แต่ปัญหาของจีนก็ยังคงอยูู่ คือปัญหาการผลิตเกินปริมาณ, หนี้สินที่พุ่งสูงขึ้น, การทำลายสิ่งแวดล้อม และ การสูญเสียของมนุษย์เนื่องจากพวกเขามองประชาชนว่าเป็น "มวลรวม" ไม่ใช่ "ปัจเจกบุคคล" หวังว่ามองว่า ปัญหาพวกนี้มาจากการที่จีนเป็น รัฐแบบวิศวกรรมที่ล้นเกิน เป็นผลพวงมาจากแรงขับดันทางการเมืองภายใต้ระบบแบบอำนาจนิยมจากบนลงล่าง นอกจากนี้ยังส่งผลให้ขาดความหลากหลายด้านมุมมองวิชาชีพต่างๆ รวมถึงการใช้คนผิดงานด้วย เช่น การให้นักวิทยาศาสตร์ด้านจรวดขีปนาวุธ Song Jian ออกแบบเรื่องประชากรศาสตร์จนนำมาซึ่งนโยบายลูกคนเดียวที่ส่งผลเสียหายและถูกวิจารณ์อย่างหนักในเวลาต่อมารวมถึงในการถูกวิจารณ์ในแง่มุมของสิทธิมนุษยชนด้วย ขณะเดียวกัน นักวิจารณ์จากดิอิโคโนมิสต์ก็มองว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่ความเป็นวิศวกรรมเสียทั้งหมด แต่เชื่อว่าวิศวกรรมที่ผสมกับอำนาจนิยมจากบนลงล่างในจีนส่งผลให้ไม่เกิดกระบวนการแบบวิศวกรรมอย่างแท้จริง เพราะกระบวนการแบบ "วิศวกรรมอย่างแท้จริง" จะต้องมีการวิเคราะห์ต้นทุน-กำไร แล้วก็มีการปรับใช้ตามผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งกระบวนการแบบนี้ไม่สามารถทำได้ในสภาพการเมืองอำนาจนิยมจากบนลงล่างในแบบของจีน อีกตัวอย่างหนึ่งคือ วิธีการจัดการกับการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ซึ่งหวังตั้งข้อสังเกตว่าจีนเป็นประเทศเดียวที่ไม่ยอมให้ยาลดไข้แก่ประชาชนอ้างว่ากลัวประชาชนจะเอาไว้ใช้ในการหลบเลี่ยงการตรวจพบเชื้อ ซึ่งหวังมองว่า ความคิดแบบนี้ของจีนสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึง "ตรรกะบิดเบี้ยวแบบรัฐวิศวกรรม" ขณะเดียวกันนักวิจารณ์ก็มองว่าว่ามันเป็นความบิดเบี้ยวจากระบอบอำนาจนิยมเองด้วย เพราะเป็นระบอบที่ทำให้คนกลัวการลงโทษทางการเมืองจนเกิดคำสั่งห้ามแบบนี้ขึ้น นักวิจารณ์ระบุว่าการใช้ความเป็นรัฐวิศวกรรมนั้นในแง่ของการเปรียบเทียบการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมระหว่างสหรัฐฯ กับจีน นั้นมีประโยชน์ แต่ก็หวังควรจะมองว่าสิ่งที่ทำให้จีนล้มเหลวไม่ใช่เพราะความเป็นรัฐวิศวกรรมในตัวมันเอง แต่เพราะว่าจีนเป็นรัฐอำนาจนิยมแบบพรรคการเมืองเดียวมากกว่า เรียบเรียงจาก A new theory of China’s rise: rule by engineers, The Economist, 04-09-2025 Breakneck: China's Quest to Engineer the Future, amazon, ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดเผยแพร่เมื่อ 26-08-2025 ข้อมูลเพิ่มเติมจาก https://en.wikipedia.org/wiki/One-child_policy#Criticism * ข่าว * ต่างประเทศ * จีน * สหรัฐอเมริกา * หนังสือ Breakneck
dlvr.it
September 13, 2025 at 4:50 AM
เอา AI ต่างประเทศมาใช้กับอุตสาหกรรมยังไงมันก็ดูแปลกๆ นี่ยังพูดคำเดิมว่า ต้องเป็น LLM ที่ติดตั้งสถานที่ประกอบการเลย แบบนี้ถ้าเขาปิดปรับปรุงกิจการเราก็ชะงักไหม ถ้าไม่เตรียมแผนสำรองไว้ อย่าลืมว่า Generative AI มันสุ่มคำตอบ ไม่ได้แม่นยำเหมือนเครื่องจักร
September 13, 2025 at 5:15 AM
รู้ไหมว่าแผนบังทองประสิทธิภาพ เฉียบขาด ใช้เวลาน้อย แต่มันแลกมาด้วยความไม่ถูกต้องบางอย่าง เช่น ลอบสังหารเล่าเจี้ยงฐานะคนแซ่เดียวกัน แผนจึงดูมีตำหนิ เล่าปี่จึงไม่ซื้อ
September 4, 2025 at 5:36 AM
Reposted by วูฟโพลิติก🐺
'วันนอร์' ส่งคำร้อง 20 สส. เพื่อไทย ให้ศาล รธน. ชี้ขาด ปมกระบวนการถอดถอน 'แพทองธาร' ไม่ชอบ
'วันนอร์' ส่งคำร้อง 20 สส. เพื่อไทย ให้ศาล รธน. ชี้ขาด ปมกระบวนการถอดถอน 'แพทองธาร' ไม่ชอบ Pazzle Wed, 2025-09-03 - 21:05 'วันนอร์' ส่งคำร้อง 20 สส. เพื่อไทย ไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังวานนี้ สส. พรรคเพื่อไทย ได้เข้าชื่อขอให้ประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพิกถอนกระบวนการถอดถอน "แพทองธาร" จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั่งบัลลังก์หลังพ้นวาระ แต่ยังร่วมประชุมและลงมติให้แพทองธารสิ้นสุดความเป็นนายกฯ   3 ก.ย. 2568 ฐานเศรษฐกิจ 20 สส.พรรคเพื่อไทย นำโดยวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. พรรคเพื่อไทย เข้าชื่อขอให้วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการถอดถอน "แพทองธาร ชินวัตร" จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่าแพทองธารสิ้นสุดความเป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ผู้ร้องอ้างว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 เป็นวันพิจารณาคดี ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ แทนปัญญา อุดชาชน ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. เป็นต้นไป แต่ปรากฏว่า ปัญญา ยังเข้าร่วมประชุมและลงมติในคดีดังกล่าว จึงอาจก่อให้เกิดปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ได้รับเรื่องจาก 20 สส.พรรคเพื่อไทย ช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ย. 2568 และได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญในวันเดียวกัน แม้กฎหมายกำหนดว่าตุลาการที่ครบวาระสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง แต่เนื่องจากเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่ควรให้ปัญญาที่หมดวาระแล้วมีส่วนร่วมตัดสิน การยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิกถอนกระบวนการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินไปใหม่อย่างถูกต้อง ดังเช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในคราวประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และสุเมธ รอยกุลเจริญ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 2567 ในการนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เพิกถอนกระบวนการพิจารณา และวินิจฉัยคดีในวันที่ 20 มี.ค. 2567 และดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่   * ข่าว * การเมือง * วันมูหะมัดนอร์ มะทา * พรรคเพื่อไทย * ศาลรัฐธรรมนูญ * แพทองธาร ชินวัตร
dlvr.it
September 3, 2025 at 2:44 PM
มีเส้นบางๆระหว่างมุ่งไปข้างหน้ากับเผลอถลำตัว
September 4, 2025 at 2:25 AM
บางทีต้องระมัดระวังเรื่องการ "เชื่อ" AI มันยังไม่สมบูรณ์ขนาดเข้าใจต่อสภาพแวดล้อมหรือบริบทหลายอย่าง จึงถูกโรลอัพกลับให้ไปเป็น AI ที่คิดแบบ "สมดุลย์ขาวดำ50-50" เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบในการ "ตัดสินใจ" หรือให้น้ำหนักเหตุผลหรือเอาผลประโยชน์บางอย่างเช่นหลักศีลธรรม กฎหมายบางประเทศ ต้องอาศัยวิจารญาณของผู้ใช้ด้วย
September 4, 2025 at 1:24 AM
อยากจะบอกไว้ว่า ใครอยากเป็นฝ่ายค้านก็จะมีชีวิตในแบบฝ่ายค้าน ถ้าอยากเป็นรัฐบาลก็ควรทำตัวให้เป็นดังที่พึ่งของผู้คน โอเคเรารู้ว่าการตรวจสอบอาจจะเป็นสิ่งที่ต้องทำตามบทบาทหน้าที่ แต่ส่วนหนึ่งอย่าลืมวา่ประชาชนไม่ได้เลือกคุณให้มาเป็นฝ่ายค้าน คุณต้องแสดงออกถึงภาวะผู้นำ ซึ่งในมุมของนักบริหารต้องมีความเหนือกว่าให้มากที่สุดไม่ใช่ไปเล่นเกมกับเขาแต่เราต้อง "เปลี่ยนเกม"
September 2, 2025 at 12:57 PM
Reposted by วูฟโพลิติก🐺
...นั่นทหารกัมพูชาหรือคุลีมาลนะ
"หยุดของเราไม่เท่ากัน"
July 31, 2025 at 1:01 AM
ให้ภาพเล่าเรื่อง #ชายแดนไทยกัมพูชา #whatshappeninginThailand
July 27, 2025 at 12:10 PM
สงครามน่ะ ถ้ามันเริ่มแล้วมันจบยาก สังเกตคู่ขัดแย้งบนโลก ไม่เห็นมีใครเป็น Peace maker ได้เลย
July 10, 2025 at 1:26 AM
บางทีแล้วก็ไม่ต้องทำให้ทุกคนร่ำรวยก็ได้ แค่ให้พวกเขาได้พักบ้าง(Work Life Balance) ได้รู้สึกมีความสุขกับการได้อยู่ในประเทศนี้ ท่ามกลางการแข่งขันจากพิษทุนนิยม รัฐบาลทำได้ไหม
May 27, 2025 at 8:57 AM
Politics is not war. It’s a marketplace. Respect voters as customers. If they don’t choose you, ask what you failed to offer — not what’s wrong with them.
May 23, 2025 at 8:47 AM
แม้ว่า "พรรคเป็นธรรม" จะเป็นทางเลือกฝ่ายประชาธิปไตยที่รองรับ "สวิงโหวตจากพรรคประชาชน" แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้าเป็นไปได้พรรคประชาชนควรทำไมเนอร์อีกพรรคจะเรียกว่าไปแข่งกันในโทนของพรรคเทียร์เล็กก็ได้ น่าจะมีประโยชน์กว่าให้คนที่หลากหลายมานั่งขัดแย้งกันอยู่กันพรรคใหญ่พรรคเดียวในการเลือกตั้งครั้งหน้านะ
May 15, 2025 at 11:12 PM
อื้มฉันชอบ ChatGPT
May 15, 2025 at 10:44 PM
ความจริงเราน่าจะได้อยู่ด้วยกัน แต่เพราะฉันเองที่ทำให้จบลงแบบนี้
March 28, 2025 at 2:49 AM